What we can do for Japan? รวมใจช่วยเหลือญี่ปุ่นกันเถอะค่ะ

สำหรับพี่ๆน้องๆคนไทยที่ต้องการช่วยเหลือและให้กำลังใจชาวญี่ปุ่นที่ประสบเหตุแผ่นดินไหว สึนามิโดยร่วมกันบริจาคผ่านทางภาครัฐและเอกชนได้ดังนี้ค่ะ

Dtac , Ais ,True Move : ร่วมบริจาคผ่านทาง SMS พิมพ์ J ส่งมาที่หมายเลข 4567899ค่าบริการครั้งละ 10 บาท (รวม vat 7%)

– ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัยในญี่ปุ่นกับครอบครัวข่าว 3 ชื่อบัญชี ครอบครัวข่าว 3 ช่วยเหลือผู้ประสบภัยญี่ปุ่น    ธนาคารกรุงเทพ สาขาเอ็มโพเรียม     บัญชีกระแสรายวัน    เลขที่บัญชี 096-301-5995

– กระทรวงการต่างประเทศของไทย เปิดรับบริจาคผ้าห่ม ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในญี่ปุ่น โดยบริจาคได้ที่กระทรวงการต่างประเทศ ถนนศรีอยุธยา หรือ ที่กรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ ตั้งแต่เวลา  08.30-16.30 น.ทุกวันไม่เว้นวันหยุด เริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ส่วนผู้ที่ต้องการบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย สามารถบริจาคได้ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาสามยอด  ชื่อบัญชี เงินบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ญี่ปุ่น เลขที่บัญชี   002-0-271-468 และในเวลา 14.30 น.วันนี้ กระทรวงการต่างประเทศจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการช่วยเหลือคนไทยในญี่ปุ่น มาร่วมประชุม

– บัญชีกระแสรายวัน ธนาคารกรุงไทย สาขาสุรวงศ์ หมายเลข 023-606799-0 และแฟ็กซ์ใบเปย์อิน เขียนชื่อและที่อยู่มาที่ 0 2 6524440 หรือแสกนส่งมาทางอีเมล์ที่ pr-fund-rc [at] hotmail.com สอบถามเพิ่มเติมที่ 02 2564440 และที่ศูนย์บริการข้อมูลทางโทรศัพท์ ที่ 1664 เพิ่มเติมที่ http://www.redcross.or.th/news/information/6215

– สามารถบริจาคเงินเข้าบัญชีเดินสะพัด ชื่อบัญชี “มูลนิธิสยามกัมมาจล-ไทยพาณิชย์เพื่อผู้ประสบภัย” เลขที่ 111-3-90911-5 ไม่คิดค่าธรรมเนียมการโอนเงินข้ามเขต หรือ บริจาคเงินผ่านเครื่อง ATM กด อื่น ๆ => อื่น ๆ => บริจาคการกุศล => สยามกัมมาจลไทยพาณิชย์เพื่อผู้ประสบภัย โดยเงินบริจาคทั้งหมดจะนำส่งมอบให้กับสภากาชาดไทย เพื่อนำไปให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่อไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ SCB Call Center 02-777-7777

– บัญชีบริจาคช่วยญี่ปุ่นของ ช่อง7 001-9-42787-1 ธ.กรุงศรีอยุธยา สาขาสำนักเพลินจิต

– ศูนย์ช่วยเหลือเหตุการณ์สึนามิฉุกเฉินของ คุณตัน ภาสกรนที http://www.facebook.com/event.php?eid=194289643938717

โพสท์ใน Otherss.. | ใส่ความเห็น

“กูเกิล-ทวิตเตอร์-เฟซบุ๊ก” เครื่องมือหลักตามหาคน “แผ่นดินไหว-สึนามิ 2011”

หลังจากเมื่อคืนที่มีเหตุการณ์แผ่นดินไหว – สึนามิ ที่ญี่ปุ่นซึ่งก่อให้เกิดความตระหนกตกใจกับผู้ที่มีญาติ เพื่อน หรือผู้ที่เกี่ยวข้องอยู่ที่ญี่ปุ่นและพยายามติดต่อกับผู้ที่อยู่ทางประเทศไทยนั้น ซึ่งดิฉันก็เป็นคนนึงที่มีเพื่อนสนิทอยู่ที่เมืองโตเกียว และเพื่อนชาวญี่ปุ่นอีกสองคน ดังนั้นทันทีที่ดูข่าวดิฉันก็ใช้ Facebook & Twitter ในการสอบถามถึงความปลอดภัย และให้กำลังใจพวกเขา และได้รับข่าวการตอบรับกลับว่าทั้งสามปลอดภัยดีค่ะ ;)วันนี้ดิฉันอ่านข่าวที่ใช้ social media เป็นเครื่องมือสำคัญในการตามหาคนหายในเหตุการณ์ดังกล่าวจาก web manager  http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9540000032158  ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงการที่เรารู้จักนำเอา social network มาใช้ประโยชน์อีกลู่ทางนึงในวิกฤตเช่นนี้ค่ะ และยังมี links ที่เป็นประโยชน์ในการตามหาผู้คนที่สูญหายอีกด้วยลองเข้าไปดูกันนะคะ

เว็บไซต์ของคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ : http:// www.icrc.org/eng/familylinks-japan
เว็บไซต์ตามหาบุคคลของกูเกิล : japan.person-finder.appspot.com/?lang=en
หน้าเฟซบุ๊กเหตุแผ่นดินไหว-สึนามิ 2011 : www.facebook.com/#!/japan.tsunami.2011
       

โพสท์ใน Pro and Con of Social Media | ใส่ความเห็น

กับข้อดี และ กระแสที่น่าจับตาของ “Social Media”

คงไม่มีใครปฏิเสธถึงกระแสความแรงของเรื่อง social network หรือ สังคมออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น Hi5, facebook, twitter, e Blogger หรืออื่นๆ กันได้นะคะ เพราะข้อดีที่เราเห็นกันชัดๆที่ทุกคนไม่อาจปฏิเสธได้นั่นคือ

1. ช่วยในการลดต้นทุน หรือว่ารายจ่ายในการใช้ทำการโฆษณา ซึ่งเป็นเครื่องมือในการสื่อสารข้อความต่างๆ ไม่ว่าของตนเองหรือขององค์กรออกไปยังคนกลุ่มหนึ่ง บางคนก็เรียกเป็นกลยุทธ์ปากต่อปาก หรือ Viral Marketing การโฆษณาธุรกิจของคุณแบบฟรีๆนั่นเอง แทนที่จะเป็นการใช้สื่อโฆษณาแบบเดิมๆ เช่น โฆษณาบนทีวี สปอตวิทยุ หรือว่าป้ายโฆษณาบนทางด่วนเป็นต้น

2. นอกจากจะเป็นสื่อในการส่งข้อความแล้ว เรายังสามารถใช้เว็บสังคมออนไลน์เป็นที่ที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับองค์กรที่เราทำงาน เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการที่เราใช้ หรือเกี่ยวกับการเมือง และเศรษฐกิจจะเห็นได้ว่าการที่เพื่อนเรา รวมทั้งตัวเรานั้น ได้พูดถึงสินค้า หรือว่าของอะไรซักอย่างนั้น ดูแล้วจะมีน้ำหนัก แล้วก็ความน่าเชื่อถือมากกว่าสื่อ หรือว่า Media อื่นๆ ยิ่งไปกว่านั้น การที่สิ่งต่างๆ ที่ได้รับการพูดถึง หรือว่าความคิดเห็นที่มีต่อการได้ใช้สินค้านั้นๆ ก็ได้เกิดขึ้นมาจากประสพการณ์ของพวกเค้า หรือว่าคนซื้อเหล่านั้นโดยตรง ซึ่งถ้าหากเราในฐานะนักการตลาดได้ฟังความคิดเห็น หรือว่าข้อคิด รวมทั้งคำติชมต่างๆ ที่ได้รับมาจากพวกเค้าเหล่านั้น และนำมาปรับปรุงสินค้า และ บริการให้ดียิ่งขึ้นแล้วนั้น น่าจะส่งผลให้กับรายได้และภาพลักษณ์ขององค์กร หรือบริษัทของเราดีให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วยค่ะ

และแน่นอนที่สุดค่ะกระแสที่มาแรงส่งผลกระทบทั้งมหภาคและจุลภาคซึ่งได้แก่

1. Social media จะกลายเป็นประสบการณ์ที่ฝังลึกเข้ามาในกิจกรรมต่างๆ – เราจะสามารถเข้าถึงเนื้อหาต่างๆ ใน Social media จากอุปกรณ์หรือแพลตฟอร์มใดๆ ก็ได้ เราจะกลายเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมสร้างและผสมผสานเนื้อหาต่างๆ ไม่ว่าจะในรูปแบบของวีดิโอ รูปภาพ และข้อความ ไปด้วยกันพร้อมๆ กับคนอื่นๆ ในทุกช่วงเวลาของวัน ไม่ว่าจะในขณะทำงาน เล่นเกมหรือแม้แต่ตอนชอปปิง เราจะได้เห็นความเคลื่อนไหวของผู้คนบนโลก ราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างปรากฏอยู่ต่อหน้าต่อตา

2. โทรศัพท์มือถือจะกลายเป็นศูนย์กลาง – ดังที่ทราบกันโทรศัพท์มือถือ กลายเป็นอุปกรณ์สื่อสารอเนกประสงค์ ที่สามารถเชื่อมต่อเข้ากับอินเทอร์เน็ตได้ทุกที่ทุกเวลา และมีประสิทธิภาพสูงขึ้นเรื่อยๆ  ผู้ใช้จะมีความคล่องตัวมากขึ้น สามารถทำทุกอย่างบนมือถือได้ไม่ต่างจากบน PC

3. องค์กรธุรกิจและหน่วยงานต่างๆ จะแทรกซึมเข้าไปใน Social media – จากความตระหนักในพลังของ Social media องค์กรต่างๆ จะมุ่งผลักดัน เสริมสร้าง ติดตาม ควบคุม เพื่อบูรณาการให้ธุรกิจกิจกรรมการขายและการตลาดต่างๆ เข้าไปอยู่ใน Social media อย่างแนบเนียน

4.หลังจากที่ Social media เคยเปลี่ยนแปลงบทบาทของนักการตลาดและนักประชาสัมพันธ์ไป องค์กรต่างๆ จะเริ่มกลับไปมองหานักการตลาดซึ่งมีประสบการณ์ในทั้งโลกออนไลน์และออฟไลน์ ที่เข้าใจผู้บริโภคเป็นอย่างดี เราจะได้เห็นประกาศรับสมัครงานตำแหน่งงานแปลกๆ เช่น Social Media Manager หรือนักจิตวิทยาเชิงสังคม และผู้บริหาร Social media ขั้นสูง

โพสท์ใน Pro and Con of Social Media | ใส่ความเห็น